บทความเขียนโดย Julie รองประธานฝ่ายการตลาดที่ Dash Hudson ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ด้าน Visual Marketing ที่แบรนด์ชั้นนำต่างๆ ทั่วโลกเลือกใช้
Pew Research Center พบว่าการใช้งานโซเชียลมีเดียนั้นเติบโตขึ้นอย่างมากในทุกยุคทุกสมัย ยิ่งไปกว่านั้นปัจจุบันแบรนด์ต่างๆ สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขึ้น รวมถึงเด็กรุ่นใหม่ที่พวกเขาอาจไม่เคยทำการตลาดมาก่อน และคนรุ่นเก่าที่มีกำลังซื้อมากกว่า ซึ่งเชื่อว่าการเข้าใจสิ่งที่สอดคล้องกับคนแต่ละรุ่นและการใช้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านั้นมากระตุ้นกลยุทธ์ด้านเนื้อหาจะมีความสำคัญสำหรับแบรนด์ที่ต้องการเพิ่มรายได้และสร้างคุณค่าของแบรนด์ในปี 2022
อย่างนิสัยที่มีความเฉพาะของ Generation Z ควรถูกวางไวสำหรับ social commerce เป็นลำดับความสำคัญสูงสุดสำหรับแบรนด์ในอุตสาหกรรมต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันงานวิจัยของ Pew แสดงให้เห็นว่า Baby Boomers และ Generation X จำนวนมากต่างก็มีส่วนร่วมในสภาพแวดล้อมออนไลน์ ซึ่งควรผลักดันแบรนด์ต่างๆ ให้ประเมินส่วนประสมทางการตลาดและการกำหนดเป้าหมายใหม่เช่นกัน ซึ่งประเด็นสำคัญอยู่ที่การสร้างกลยุทธ์โซเชียลมีเดียที่สื่อสารกับคนแต่ละรุ่นต้องสามารถสร้างกำไรให้กับแบรนด์เพื่อการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว
วิธีที่แบรนด์สามารถใช้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดียเพื่อเข้าถึงกลุ่มประชากรใหม่ๆ
การเพิ่มขึ้นของโซเชียลมีเดียเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับหลายแบรนด์ นักการตลาดสามารถระบุกลุ่มเป้าหมายและวัดความสำเร็จในการเข้าถึงผู้บริโภคเหล่านี้ได้ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับการกำหนดกลยุทธ์ด้านเนื้อหา แต่บางแบรนด์กำลังลงทุนทรัพยากรในกลุ่มเป้าหมายหนึ่งหรือสองคนและพลาดข้อมูลประชากรที่สำคัญๆไป ซึ่งรวมทั้งลูกค้าที่มีโอกาสจะเป็นผู้ใช้จ่ายในอนาคต อย่างกลุ่มผู้บริโภค Gen Z ในสหรัฐฯ ที่มีการใช้จ่ายครัวเรือนสูงสุดในปี 2019 และ Baby Boomers กับ Gen X ต่างก็มีความสำคัญสูงสุดสำหรับแบรนด์ในอุตสาหกรรมต่างๆ
ทำไม Gen Z ถึงควรเป็นศูนย์กลางของกลยุทธ์การตลาดในปี 2022
ถึงแม้ผู้ใช้ Instagram ทั่วโลก จำนวนมากเป็นคนรุ่น Millennials แต่ Gen Z คิดเป็น 28% ของผู้ใช้งานในปี 2021 จากตามการคาดการณ์ของ eMarketer
ยิ่งไปกว่านี้ตามรายงานจาก Bank of America พบว่ารายได้รวมของ Gen Z จะสูงถึง 33 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 และสูงกว่ารายได้ของคนรุ่น Millennials ภายในปี 2031 ในขณะที่กำลังการใช้จ่ายของ Gen Z เพิ่มขึ้น ผลกระทบต่อการตลาดและอีคอมเมิร์ซก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน
โดยการปรากฏตัวของ Gen Z บนแพลตฟอร์มดิจิทัลได้รับการตอบรับด้วยการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยวัตถุประสงค์ที่เพิ่มขึ้น จากการสำรวจผู้บริโภค Gen Z ในปี 2020 ของ WP Engine (ผ่าน Marketing Dive) เปิดเผยว่า 82% ไว้วางใจบริษัทมากขึ้นหากพวกเขาใช้รูปภาพของลูกค้าจริงในแคมเปญโฆษณา และเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มย่อยนี้บริษัทต่างๆ ควรสร้างเรื่องราวของแบรนด์ที่มีความหมายและมีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างมีสติ จากข้อมูลของ Glossy แบรนด์เสื้อผ้า Chico's ที่ได้รับการพิจารณาว่าเป็นแบรนด์สำหรับผู้หญิงวัยกลางคน อย่างไรก็ตาม แบรนด์ดังกล่าวพบว่าในหนึ่งปีนี้อายุลูกค้าเฉลี่ยลดลง 10 ปี ซึ่งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านข้อมูลประชากรของลูกค้า ซึ่งเชื่อว่าการออกแบบที่ไม่มีวันตกยุคของแบรนด์เมื่อผสมผสานกับแคมเปญที่ขึ้นอยู่กับความเป็นจริงจะถือเป็นกุญแจสำคัญในการเอาชนะใจผู้บริโภค Gen Z ที่มีความต้องการสูง
คุณค่าที่ส่งมอบให้ลูกค้าที่มีเอกลักษณ์สำหรับลูกค้าแต่ละรุ่น
แม้ว่าการเลี้ยงดูคน Gen Z นั้นสำคัญต่อความสำเร็จบนช่องทางโซเชียล แต่เชื่อว่าการมีส่วนร่วมกับผู้ใช้จ่ายอันดับต้นๆ ในปัจจุบันก็มีความสำคัญเท่าเทียมกัน ถึงแม้ Baby Boomers และ Gen X มักไม่ค่อยถูกมองว่าเป็นผู้ชมอันดับต้นๆ บนโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตามแบรนด์ต่างๆ อาจพลาดโอกาสอันทรงพลังในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่สามารถสร้างยอดขายได้ ซึ่งจากการวิจัยของ Epsilon ในปี 2019 พบว่ากลุ่ม Baby Boomers เป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา และ Gen X ก็กำลังมีการใช้จ่ายที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นแบรนด์ที่ยังไม่ได้เจาะตลาดเหล่านี้ก็มีโอกาสที่จะสร้างความประทับใจแรกพบที่แข็งแกร่งกับผู้ชมออนไลน์ใหม่ๆนี้ได้
การเพิ่มประสิทธิภาพ Digital Touchpoints เพื่อผลักดันความภักดีและการรักษาลูกค้า
โลกดิจิทัลอาจส่งผลให้พฤติกรรมการซื้อมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล ในอดีตแบรนด์ต่างๆ ได้จัดทำเนื้อหาสำหรับกลุ่มเป้าหมายของตน อย่างไรก็ตามในภูมิทัศน์ปัจจุบัน จุดติดต่อต่างๆ อาจต้องพูดคุยกับผู้บริโภคในทุกจุดตลอดเส้นทางของผู้ซื้อ แม้ว่านั้นจะหมายถึงการมองข้ามกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ก็ตาม แต่การใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาพิเศษนี้ในพื้นที่ดิจิทัลจะช่วยให้แบรนด์ต่างๆ สามารถลงทุนในสื่อออนไลน์ได้อย่างเต็มที่ เพื่อเป็นกลไกสำหรับการตลาดจำนวนมากที่วัดผลได้และมีความหมาย
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการตลาดข้ามรุ่นในกลุ่มสินค้าหรูหรา
แบรนด์ต้องหันมาสนใจพัฒนากลยุทธ์ omnichannel ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่พวกเขาอยู่ผ่านจุดสัมผัสดิจิทัล แต่ละรุ่นอาจอยู่ในจุดที่แตกต่างกันบนเส้นทางของผู้ซื้อ และต้องประเมินวิธีการทำการตลาดไปยังกลุ่มประชากรแต่ละกลุ่ม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละอุตสาหกรรม ตัวอย่างเช่น เพื่อสร้างคุณค่าของตราสินค้ากับผู้บริโภคที่อายุน้อยกว่า แบรนด์หรูสามารถทำงานเพื่อสร้างแคมเปญที่น่าสนใจซึ่งนำไปสู่ความถูกต้อง ขณะเดียวกันการพูดคุยกับลูกค้าเก่าที่อยู่ในกลุ่ม Baby Boomer หรือ Gen X ควรสร้างแคมเปญที่มีทางเลือกและวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ไว้ที่แถวหน้า
แบรนด์หรูควรลงทุนในกลยุทธ์ที่เป็นนวัตกรรมนอกบรรทัดฐานเพื่อดึงดูดผู้บริโภคที่อายุน้อยกว่า ตัวอย่างเช่น พวกเขาสามารถร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์เพื่อพบกับ Gen Z ในช่องต่างๆ เช่น TikTok แบรนด์จากภาคส่วนต่างๆ ควรจับตาดูกลยุทธ์และเครื่องมือที่ผู้นำในอุตสาหกรรมกำลังนำมาใช้เพื่อนำหน้าแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในปี 2022
การจัดลำดับความสำคัญของการรวมกลุ่มของผู้บริโภคแต่ละวัยในปี 2022
การวิจัยแสดงให้เห็นว่าการระบาดใหญ่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคในหลายๆ ด้าน สร้างความท้าทายใหม่ๆ และโอกาสที่สร้างกำไรให้กับแบรนด์ เพื่อตอบรับช่วงเวลาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในพื้นที่การตลาดดิจิทัล แบรนด์ต่างๆควรพึ่งพาข้อมูลของตนมากกว่าที่เคย หากช่องทางอย่าง Instagram มีการเปลี่ยนแปลงทางประชากร แบรนด์ควรขยายการกำหนดเป้าหมายเพื่อใช้ประโยชน์จากรายได้เพิ่มเติมและความภักดีต่อแบรนด์ที่ลูกค้าแต่ละวัยมีให้ โดยทีมควรใช้ข้อมูลของตนเพื่อทำความเข้าใจการตั้งค่าของผู้ชมแต่ละราย เพื่อให้พวกเขาสามารถดูแลจัดการและดำเนินการตามกลยุทธ์เนื้อหาที่ก้าวข้ามรุ่นได้
ที่มา : https://www.forbes.com



