เมื่อโลกของเรากำลังก้าวสู่แพลตฟอร์มสื่อดิจิทัลมากขึ้น ก่อนหน้านี้นักการตลาดเคยชอบป้ายโฆษณาหรือใบปลิวเพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์และดึงดูดผู้บริโภคที่มีศักยภาพ แต่ไม่ใช่อีกต่อไป เมื่อเราอาศัยอยู่ท่ามกลางผู้ใช้โซเชียลมีเดียที่ต้องการทุกสิ่งเพียงแค่คลิกเดียว
 
พฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2563
Animoto ได้สำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคในการมีปฏิสัมพันธ์กับวิดีโอที่มีแบรนด์ปรากฎอยู่บนโซเชียลมีเดียจากผู้บริโภค 1,000 คน โดยเน้นว่าแพลตฟอร์มโซเชียลใดที่ผู้บริโภคใช้เวลากับมันมากขึ้นและอะไรทำให้พวกเขาอยากซื้อผลิตภัณฑ์นั้นๆ
 
ซึ่งรายละเอียดต่อไปนี้เป็นแนวโน้มสูงสุดที่พบในพฤติกรรมผู้บริโภคตามผลการรายงาน
 

–  บริโภคเกือบ 6 ใน 10 คน ชอบไปที่หน้าโซเชียลมีเดียของแบรนด์ต่างๆก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์จากเว็บไซต์
–  ตั้งแต่ปีที่แล้วมีการเพิ่มขึ้นกว่า 81% ในความต้องการของผู้บริโภคในการซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียล
–  จากรายงานระบุว่า Facebook ถือเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์อันดับหนึ่งที่ผู้บริโภคต้องการรับชมวิดีโอโฆษณาของแบรนด์ต่างๆ
–  เมื่อใดก็ตามที่ผู้บริโภคต้องการซื้อสินค้าออนไลน์ วิดีโอถือว่าเป็นรูปแบบเนื้อหาที่มีประโยชน์ที่สุดเพราะให้มุมมองแบบเรียลไทม์ของผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภคเมื่อเปรียบเทียบกับรูปภาพที่สามารถจัดการได้ง่ายขึ้น
–  1 ใน 4 ของผู้บริโภคซื้อผลิตภัณฑ์หลังจากดูเรื่องราวบน Instagram
–  เมื่อเทียบกับปีที่แล้วผู้บริโภคราว 24% ซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น เนื่องจากโฆษณาที่พวกเขาเห็นบนโซเชียลมีเดีย
–  ผู้บริโภคมากกว่า 60% ซื้อผลิตภัณฑ์จากแบรนด์หลังจากค้นหาแบรนด์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
–  จากรายงานผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าและพบแบรนด์ผ่านโฆษณาวิดีโอเป็นอันดับ 1
–  แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชั้นนำ 3 อันดับแรกที่มียอดสั่งซื้อสูงสุด คือ Facebook, YouTube และ Instagram
–  ท่ามกลางแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ทั้งหมด YouTube มีบทบาทสำคัญที่ผู้บริโภคใข้ตรวจสอบเกี่ยวกับแบรนด์ต่างๆและการสั่งซื้อออนไลน์
–  ผู้ใช้โซเชียลมีเดียใช้เวลาบน Instagram 39% , 45% บน Facebook และใช้เวลาอีก 51% บน YouTube มากขึ้น


 
พฤติกรรมนักการตลาดในปี 2563
 Animoto ยังปล่อยรายงานที่เน้นรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักการตลาดเกี่ยวกับกลยุทธ์ที่พวกเขาใช้เพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์และเข้าถึงลูกค้าใหม่ ผลการสำรวจนักการตลาด 500 คนเกิดขึ้นเพื่อทราบเกี่ยวกับวิธีที่พวกเขาใช้วิดีโอบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อเชื่อมต่อกับผู้ที่มีโอกาสจะเป็นลูกค้า
 
นี่คือผลสถิติสำคัญจากการศึกษา:
 

–  Facebook เป็นแพลตฟอร์มหมายเลข 1 ที่นักการตลาดวางแผนที่จะลงทุนในอีก 12 เดือนข้างหน้าตามด้วย YouTube และ Instagram
–  นักการตลาดส่วนใหญ่ต้องการใช้ตัวจัดการโฆษณาเพื่อวางโฆษณาวิดีโอลงบน Facebook และ Instagram
–  ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาครึ่งหนึ่งของนักการตลาดใช้จ่ายค่าโฆษณาบน YouTube เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่น ๆ
–  นักการตลาดมากกว่า 77% ได้โพสต์วิดีโอบน IGTV เพื่อดึงดูดผู้บริโภคที่มีศักยภาพหลากหลาย
–  ตามกลยุทธ์การตลาดนักการตลาดกว่า 41% คิดว่าเรื่องราว Instagram มีความสำคัญมากขึ้นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
–  นักการตลาดมากกว่า 96% ใช้จ่ายโฆษณาในวิดีโอเมื่อเปรียบเทียบกับสื่อโฆษณาอื่น
–  ตามรายงานแนวโน้มวิดีโอโซเชียล 70% ของธุรกิจบอกว่าพวกเขากำลังสร้างเนื้อหาวิดีโอมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
–  91% ของนักการตลาดพึงพอใจกับผลตอบแทนจากการลงทุนในโฆษณาวิดีโอ
–  จาก 85% ของนักการตลาดวิธีที่มีประสิทธิภาพและได้รับความนิยมสูงสุดในการดึงดูดความสนใจของผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าคือผ่านวิดีโอ
–  มากกว่า 93% ของธุรกิจได้รับลูกค้าใหม่เนื่องจากวิดีโอของพวกเขาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
–  จากรายงานพบว่า 93% ของแบรนด์โพสต์วิดีโอสัปดาห์ละครั้งหรือมากกว่าบน Facebook ในขณะที่ 90% ของแบรนด์โพสต์วิดีโอบน YouTube และ 87% ของนักการตลาดโพสต์
   วิดีโอบน Story ของ Facebook, 83% โพสต์วิดีโอบนฟีด Instagram และประมาณ 80% ของธุรกิจกำลังโพสต์โฆษณาวิดีโอของพวกเขาใน Story Instagram เพื่อดึงดูดลูกค้า