การวัดผลอัจฉริยะนี้คือผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่นำเสนอการรายงานแคมเปญผ่านฐานข้อมูลบนเว็บไซต์ และมีความสามารถที่จะเข้าใจความเคลื่อนไหวและปรับแต่งรายละเอียดแคมเปญสู่ความสำเร็จได้
 
ลอสแองเจลิส: Factual บริษัทด้านฐานข้อมูลสถานที่ได้ออกผลิตภัณฑ์ในการใช้วัดผลแคมเปญรูปแบบใหม่ที่สามารถเข้ามาช่วยแบรนด์ นักโฆษณาและเอเจนซี่ให้เข้าใจกระบวนการและประสิทธิภาพของแคมเปญ รวมถึงการประเมินความคุ้มค่าของการใช้ข้อมูลการเข้าถึงตามจริง ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองผ่านระบบการประมวลผลบนเว็บไซต์
ระบบประเมินผลอันอัจฉริยะนี้ได้ร่วมโครงการระดมทุนจากทั่วโลก  โดยได้รับเงินทุนกว่า 42 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำมาพัฒนาระบบและเริ่มนำเข้ามาใช้งานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (JAPAC ) ข้อมูลของ Fuctual นั้น มีผู้เข้าใช้งานจากบริษัทโฆษณาระดับท็อปกว่า 50 แห่งทั่วโลก ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าความคุ้มค่าของการใช้งานอยู่ที่ 202% ทั้งยังสามารถทำกำไรได้สูงถึง 2.5 ล้านดอลลาร์ภายใน 3 ปี, ข้อมูลจากสถาบันวิจัยฟอเรสเตอร์
 
Fuctual เปิดตัวระบบการประเมินผลอันอัจฉริยะครั้งแรกเมื่อต้นปี 2018 และพบว่ารายได้เติบโตมากกว่า 400% เมื่อเทียบปีต่อปี พร้อมทั้งฐานข้อมูลลูกค้าที่เพิ่มขึ้นถึง 215% ข้อมูลการสำรวจและเยี่ยมชมภายในร้านค้าของบริษัทที่มีคุณภาพสูงนั้นจะถูกรวบรวมเข้าไปไว้ในแพลตฟอร์มหลักของแผนการตลาด ซึ่งถือว่าใช้งบมากกว่า 80% ของงบโปรแกรมเมติคทั้งหมดรวมถึง Trade Desk แพลตฟอร์มการตลาดของ Google  และอีกมากมาย ซึ่งปัจจุบัน Factual มีการใช้งานแคมเปญพร้อมกันหลายร้อยรายการและมีข้อมูลที่ Active -ข้อมูลสำหรับลูกค้าผ่านระบบนิเวศของโฆษณา
 
ระบบการวัดผลอันอัจฉริยะนี้ยังสามารถรายงานรายละเอียดของแคมเปญผ่านระบบฐาน ข้อมูลเว็บไซต์ได้อีกด้วย ด้วยการเข้าถึงข้อมูลโอกาสในการทำโฆษณาจากแคมเปญลูกค้าและใช้ข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการเยี่ยมชมสถานที่จริง ซึ่งระบบจะส่งข้อมูลวิเคราะห์เชิงลึกมาให้นักการตลาด ไปทำการวิเคราะห์นำมาปรับแต่งแคมเปญให้ประสบความสำเร็จได้ยิ่งขึ้น
ประโยชน์จากระบบวัดผลอัจฉริยะ
• การปรับแต่งข้อมูล: ข้อมูลมีการอัพเดทเป็นประจำทุกสัปดาห์ หลังจากจบแคมเปญไม่ถึงสัปดาห์หรือ 1 เดือน และได้รับอนุญาตให้ปรับแต่งแคมเปญโดยใช้ข้อมูลจากพื้นฐานความจริง 
• เกณฑ์การวัดผลมีความแน่นอน: ทุกการเข้าชมวัดผลจากความจริง โดยกราฟสังเกตการณ์ของFactual จากเครื่องมือการเก็บข้อมูล 300 ล้านเครื่องและไม่สร้างข้อมูลปลอมหรือวัดผลจากจุดใดจุดหนึ่ง 
• การเข้าใจการใช้งานแบบข้ามอุปกรณ์: มากกว่าการใช้งานด้วยมือถือ ยังมีการวัดผลด้วยระบบพิกเซลของ Factual ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์กับการรวม ID ของ Trade Desk เช่นเดียวกับความสามารถในการใช้งานแบบข้ามอุปกรณ์จาก Tapad และ Drawbridge 
• ความสามารถสำหรับช่องทางใหม่ๆ: การให้นักโฆษณาสามารถวัดผลแคมเปญได้เหมือนกับ TV และสื่อนอกบ้านดิจิทัล (OOH) 
• ความเข้าใจอย่างถ่องแท้มากขึ้น: การแบ่งกลุ่มสร้างขึ้นโดย Factual ใช้ข้อมูลคุณสมบัติ 100 ชุด รวมทั้งข้อมูลการเข้าชมในอดีต และข้อมูลประชากร สามารถตั้งค่า ก่อน ระหว่าง และหลังแคมเปญได้ เพื่อวัดผลกระทบหรือสิ่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโฆษณา
• แคมเปญขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า: หน้าแสดงผลรายงานจะนำเสนอนักโฆษณาได้อย่างครบวงจรถึงความสมบูรณ์ของแคมเปญ ภายใต้ข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยขับเคลื่อนกลยุทธ์ การได้มาซื่งลูกค้าใหม่ อีกทั้ง Factual ยังสามารถนำข้อมูลด้านพฤติกรรมต่างๆเข้ามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพของแคมเปญให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหรือให้คำแนะนำเชิงลึกกับลูกค้า ซึ่งทำให้ง่ายต่อการผลักดันแคมเปญในอนาคต
 
ระบบการวัดผลอัจฉริยะทำให้นักโฆษณาใช้งานได้อย่างสะดวกและวัดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งปรับแต่งแคมเปญบนช่องทางต่างๆ ได้เหนือกว่าระบบโปรแกรมเมติคทั่วไป รวมถึง TV และสื่อ DOOH ซึ่งความท้าทายที่มักเกิดขึ้นคือระบบการวัดผลที่แตกต่างกันอย่างมากระหว่างแพลตฟอร์ม
 
ระบบประเมินผลอัจฉริยะนี้ยังสามารถสร้างกราฟคาดการณ์จากชุดข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Factual ซึ่งสามารถตีความการเคลื่อนไหวของอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่จาก 300 ล้านครั้งต่อเดือนและกรองการเข้ามาของข้อมูลหลายพันล้านครั้งต่อวัน รวมถึงการเยี่ยมชมสถานที่และการตรวจจับกิจกรรมที่ได้จากมือถือ SDK ข้อมูลคุณภาพสูงของ Factual เป็นแบบกำหนดแน่นอนเป็นกลางและไม่ผูกมัดกับสื่อเป้าหมายหรือผู้ให้บริการ
 
“ปัจจุบันนักการตลาดมีเครื่องมือในการเข้าถึงและช่องทางจัดจำหน่ายมากกว่าเมื่อก่อน ซึ่งมีความแตกต่างระหว่างแพลตฟอร์มและผลของรายงานนั้นถือเป็นเรื่องที่มีความท้าทายที่จะแสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าของการลงทุนในแคมเปญ รวมทั้งความคุ้มค่าต่อการปรับเปลี่ยนที่ต้องใช้เงินลงทุนในทุกๆดอลลาร์” Brian Czarny, Chief Marketing Officer Factual กล่าว “อีกทั้งระบบการประเมินผลอันอัจฉริยะถูกใช้กับรูปแบบพฤติกรรมจริงของลูกค้า เพื่อเชื่อมโยงกับการปรับแต่งในแคมเปญระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งมีการตั้งเป้าหมายว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดต่อนักการตลาด ไม่ว่าจะเป็น การได้ลูกค้าเข้ามาที่ร้าน การวัดผลการเพิ่มขึ้นได้อย่างถูกต้อง ความคุ้มค่าการลงทุน และปริมาณการเข้ามาของผู้คน”