เทรนด์ที่ 1: Ad-based VOD (AVOD) และ subscription VOD (SVOD)
โฆษณาวิดีโอแบบเสียเงินนั้นคาดว่าจะแซงหน้าการสตรีมมิ่งแบบสมัครสมาชิกในปี 2566 เนื่องจากบริษัทสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่อย่าง Netflix และ Disney+ ได้เพิ่มทุนโฆษณาลงไป เมื่อผู้ชมอยู่ภายใต้ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจใหม่ แพลตฟอร์มการสตรีมต่างกำลังแข่งขันกันด้วยคอนเทนต์ที่มีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ และเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่จะช่วยให้สามารถส่งข้อความที่ตรงเป้าหมายและสร้างสรรค์ได้อย่างมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้ AVOD จึงถูกกำหนดให้เข้าสู่ยุคใหม่ของการสตรีมวิดีโอ ซึ่งหลายแพลตฟอร์มอยู่ระหว่างการเผชิญสถานการณ์เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ นั่นจึงผลักดันให้ครัวเรือนหันมาใส่ใจเรื่องค่าใช้จ่าย และต้องพิจารณาการสมัครใช้บริการสตรีมมิ่งใหม่ ดังนั้นการสตรีมมิ่งวีดีโอจึงกลายเป็นบริการสตรีมมิ่งทางเลือกนั้นเอง โดย Forrester คาดการณ์ว่ารายได้ของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งจากโฆษณาจะเพิ่มขึ้นจาก 21% ในปี 2020 เป็น 38% ในปี 2027
เทรนด์ 2: เกมกำลังเป็นที่นิยมในทุกพื้นที่
ในปี 2565 พบว่ามีจำนวนผู้เล่นวิดีโอเกมประมาณ 3.2 พันล้านคนทั่วโลก จึงทำให้การเล่นเกมกลายเป็นกิจกรรมกระแสหลักไปแล้ว สิ่งนี้ไม่ได้ถูกมองข้ามโดยแพลตฟอร์มเทคโนโลยีและสื่อต่างๆ ที่กำลังทำงานอย่างแข็งขันเพื่อรวมองค์ประกอบเกมเข้ากับข้อเสนอของพวกเขาในฐานะปัจจัยที่ช่วยดึงดูดผู้ชม
สำหรับ Netflix นั้นได้มีการจับตาวงการเกมอยู่เสมอ และยังได้พัฒนาการแสดงหลายรายการมาจากแรงบันดาลใจในวิดีโอเกมโดยตรง ซึ่งในเดือนเมษายน พ.ศ. 2565 ได้เปิดตัวรายการตอบคำถามรายวันแบบอินเทอร์แอกทีฟความยาวหนึ่งเดือน ซึ่งเป็นการดัดแปลงจากเกม Trivia Quest บนมือถือเป็นหลัก
อย่างไรก็ตามเกมก็ได้เริ่มบุกวงการทีวีเช่นกัน โดยในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2565 Samsung ได้เปิดตัวแอป Xbox สำหรับสมาร์ททีวีที่ช่วยให้ผู้ชมเล่นเกมต่างๆ ได้โดยไม่ต้องใช้ Xbox ซึ่งผู้ใช้จำเป็นต้องซื้อคอนโทรลเลอร์เพื่อเชื่อมต่อกับทีวีเพื่อใช้เป็นคอนโซลสำหรับเล่นเกมนั้นเอง
ซึ่งเกมนั้นเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ Facebook ในยุคแรกๆ อย่างเช่นเกม FarmVille ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้จนกระทั่ง Facebook เปลี่ยนอัลกอริทึม ตอนนี้แอปมือถือชั้นนำสองแอพ ได้แก่ Snapchat และ TikTok ต่างก็กำลังเปิดตัวเกมเพื่อดึงดูดผู้ใช้ให้มากขึ้นเช่นกัน โดยมีรายงานว่า TikTok ได้เริ่มทดสอบเกม HTML5 ภายในแอพ โดยสร้างแท็บพิเศษในตลาดเช่นเวียดนาม สำหรับ Snapchat นั้น Augmented Reality (AR) เป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์มายาวนาน และเมื่อต้นปีนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวได้เปิดตัวเลนส์ AR ใหม่ที่เป็นเกมแล้วจริงๆ
เทรนด์ที่ 3: การเพิ่มขึ้นของ Super Apps
Super Apps รวมคุณสมบัติที่หลากหลายต่างๆเข้าด้วยกัน โดยทั่วไปคือ การส่งข้อความ การค้า การจอง และการชำระเงิน เพื่อทำให้การบริการนั้นสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นแก่ผู้ใช้และลดการดาวน์โหลดแอปเป็นจำนวนมาก ด้วยการให้แอปสามารถให้บริการทุกอย่างได้ในแอปเดียว ลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียว และรวมประสบการณ์เป็นหนึ่งเดียว
WeChat ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นแอปส่งข้อความ เป็นตัวอย่างที่ดีของ Super Apps ซึ่งได้ขยายจุดสนใจจากการรับส่งข้อความไปยังวิดีโอ คอนเทนต์ ความบันเทิง การค้า และอื่นๆ รวมเป็นมินิแอป หมายความว่าสามารถเรียกแท็กซี่ผ่าน Didi ขณะที่อยู่ในแอป WeChat ได้
ซึ่งการทำให้แอพมีความหลากหลายและเพิ่มคุณสมบัติต่างๆ มากขึ้นนั้น ทำให้แอปกลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการใช้ชีวิต สามารถให้ความช่วยเหลือได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าผู้ใช้ต้องการทำอะไร ตัวอย่าง Super Apps ที่ได้รับความนิยมทั่วเอเชีย ได้แก่ AliPay, OMNi และ Grab
แม้ว่าแอปที่เป็นของตะวันตกเหมือนจะไม่ได้มีความต้องการก้าวไปสู่ระดับนี้มากนัก แต่ก็ยังได้เห็นคุณสมบัติเพิ่มเติมหลายอย่างเพื่อขยายขอบเขตของสิ่งที่พวกเขานำเสนออย่างเช่น TikTok ที่ได้รับการพัฒนาจากแอปวิดีโอโดยมีการรวมการค้าและวิดีโอถ่ายทอดสด และล่าสุดบริษัทแม่ได้จดเครื่องหมายการค้า TikTok Music ในหลายตลาดรวมถึงสหรัฐอเมริกา TikTok Music จะให้ผู้ใช้สร้างและแชร์เพลย์ลิสต์ และใช้แอปเป็นเครื่องเล่นเพลงโดยไม่ต้องดูวิดีโอได้อีกด้วย
เทรนด์ที่ 4: Social Algorithms นำเสนอสิ่งที่เกินความคาดหมายแก่ผู้บริโภค
นวัตกรรมที่สำคัญที่สุดของ TikTok คือฟีดที่ไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งอิงจากความสนใจของผู้บริโภคและเนื้อหาที่ได้รับความนิยม แทนที่จะเป็นไปตามนั้น ฟีดของผู้ใช้นั้นแตกต่างกันออกไป แต่สิ่งนี้ส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยอัลกอริทึม มากกว่าที่ตามสิ่งที่พวกเขาติดตาม
บริการต่างๆ เช่น Instagram อาศัยอัลกอริทึมเช่นกัน แต่จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ อัลกอริทึมเลือกเนื้อหาที่ผู้ใช้จะเห็นจากบัญชีที่ติดตาม แทนที่จะขยายกลุ่มเพื่อรวมเนื้อหาทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม ทุกวันนี้หากคุณใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้ เนื้อหาครึ่งหนึ่งอาจดูเหมือนมาจากบัญชีที่คุณไม่ได้ติดตามจริง โดยแสดงพร้อมคำอธิบาย เช่น "อิงตามการชอบของคุณ" หรือ "บัญชีที่คุณติดตามก็ติดตามด้วย"
สิ่งนี้แสดงให้เห็นคือสื่อสังคมออนไลน์ได้กลายเป็นเนื้อหาที่แบ่งปันมากกว่าเนื้อหาของบุคคลที่เราติดตาม ตอนนี้มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่เนื้อหาจากทุกที่จะแพร่กระจาย และเนื้อหาของผู้ใช้ใหม่จะถูกมองเห็นหากอัลกอริทึมตัดสินว่าดี โดยพิจารณาจากการถูกใจ การแชร์ การดูวิดีโอ และอื่นๆ
ยิ่งไปกว่านั้น คนหนุ่มสาวยังค้นหาน้อยลงบนแพลตฟอร์มดั้งเดิม เช่น Google และหันไปใช้แอปโซเชียลเพื่อค้นหาเนื้อหาต่างๆมากขึ้นอีกด้วย
ที่มา : www.marketing-interactive.com



